14/8/52

六渡萬行 บารมี6 ทานบารมี


2. บารมี 6 คืออะไร ?
บารมี หมายถึง คุณความดีที่บำเพ็ญอย่างยิ่งยวด เพื่อบรรลุจุดหมายอันสูงยิ่ง มี 6 ประการ อันได้แก่ทานบารมี ศีลบารมี ขันติบารมี วิริยะบารมี ฌานบารมี และปัญญาบารมี
บารมี 6 เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ปารามิตา 6” ในภาษาบาลีคำว่า
ปารามิตา แปลได้ว่าถึงฝั่ง ถึงฝั่งในที่นี้ก็คือหลุดพ้นถึงฝั่งพระนิพพาน
และบารมี 6 นี้ก็เป็นคุณสมบัติที่พระโพธิสัตว์พึงมี
มหาธรรมลงโปรดครั้งยิ่งใหญ่ สิ่งที่ปฏิบัตินั้นคือโพธิสัตวมรรค พระนามเต็มของโพธิสัตว์ก็คือ “โพธิสัตถะ” โพธิ คือความสว่าง คือพุทธะธรรมหรืออีกนัยหนึ่งก็คือรู้แจ้งรู้ตื่น สัตถะคือเวไนย (ผู้ยังมีอารมณ์ความผูกพัน) ดังนั้น โพธิสัตถะจึงหมายถึง อาศัยพุทธะธรรมทั้งปวงมาส่งเสริมให้เวไนยได้ถึงฝั่ง อีกความหมายหนึ่งก็คือ โพธิคือฉุดช่วยตนเอง สัตถะคือการกล่อมเกลาแปรชน เบื้องสูงแสวงพุทธะมรรคา เบื้องล่างกล่อมเกลาเวไนย นี่คือพระโพธิสัตว์

2.1 ทานบารมี ช่วยขจัดความโลภความตระหนี่
ทานหมายถึง การให้ สิ่งที่ให้ ให้ของที่ควรให้แก่คนที่ควรให้เพื่อประโยชน์แก่เขา สละให้ปันสิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น คือการนำสิ่งของที่เรามีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติ เงินทอง วัตถุ ชีวิตชีวา ความมานะบากบั่น หรือแม้แต่ชีวิตของเรา มอบให้กับใครผู้ใดผู้หนึ่งหรือกลุ่มคณะใดคณะหนึ่ง
2.1.1 ความสำคัญของทานบารมี
1)ให้ทานสามารถขจัดความโลภและตระหนี่
ผู้ให้ทานได้ชื่อว่าได้ขจัดความโลภความตระหนี่ถี่เหนียวของตน ผู้บำเพ็ญธรรมหากไม่ได้ทำการให้ทาน ก็ถือว่ายังโลภและตระหนี่ ถี่เหนียวอยู่
ความโลภแบ่งเป็น 3 ประการ
ก. โลภอยากในกามความใคร่
ข. โลภในทรัพย์สินผลประโยชน์
ค. เย่อหยิ่งอวดตน
2) ให้ทานสามารถห่างไกลจากความยากจน พ้นจากความกลัดกลุ้ม
3) ให้ทานสามารถลบล้างหนี้เวรกรรม เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต
4) ให้ทานสามารถบ่มเพาะจิตเมตตา

2.1.2 จะสร้างทานบารมีได้อย่างไร ?
การให้ทานนั้นจะต้องทำโดยไม่หวังผล ไม่มีจุดหมายแฝง ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้านหนึ่งเพื่อให้จิตใจกว้างใหญ่ มั่งมี และสมบูรณ์พร้อม อีกด้านหนึ่งเพื่อมลายอาตมาลักษณะ ความเห็นแก่ตัว ความโลภ ให้ปรากฏแต่มหาเมตตา ด้วยการให้ทานทั้ง 3 ได้แก่
1) ทรัพย์เป็นทาน : ทรัพย์นอกกายและชื่อเสียง เช่น สละทรัพย์เพื่อซื้อผลไม้ถวายพระ รับผิดชอบค่าอาหารในงานประชุมธรรมเพื่อผูกบุญกับญาติธรรม หรือสละทรัพย์เพื่อสร้างสถานธรรม พิมพ์หนังสือธรรมะ หนุนผู้ที่บุกเบิก ใช้ทรัพย์สินเงินทองหนุนนำอาณาจักรธรรมหรือญาติธรรม ส่วนทรัพย์ภายในคือโลภ โกรธ หลง ความอิจฉาริษยา ความอาฆาตพยาบาท
2) วิทธยาธรรมเป็นทาน : ฉุดช่วยส่งเสริมผู้คน อรรถาธรรมให้ผู้คนกระจ่าง ให้วาจาอันอบอุ่นเป็นห่วงเป็นใยต่อญาติมิตรในทางธรรม ประกาศเกียรติคุณของนักธรรมอาวุโส อาศัยหลักสัจธรรมกล่อมเกลาให้ผู้คนทำความดีตัดอกุศลกรรม
3) อภัยทาน : ทำความสะอาดสถานธรรม ดูแลต้อนรับญาติธรรม ขับรถรับ-ส่งญาติธรรม สละอุทิศตนเองเพื่องานธรรม บุกเบิกเผยแพร่งานธรรม ไม่หวาดกลัวต่อการทดสอบ อารักขาอาณาจักรธรรม เพื่อให้เวไนยปราศจากภัยทั้งปวง ช่วยเติมในจุดที่ขาดพร่องของผู้อื่น
การให้ทานนั้นจะต้องคำนึงถึง “ไตรวัฏฏะ ภาวะว่าง” นั่นก็คือ ไม่ยึดในฉันที่ให้ ไม่ยึดในเขาผู้รับ ไม่ยึดในสิ่งที่ให้ นอกจากนี้การให้ทานต้องเหมือนกับห่านบินผ่านบึง คือไม่เหลือร่องรอย ไม่หวังว่าผู้คนจะสรรเสริญ และไม่ตรึงอยู่ในใจว่ามีบุญกุศล
การให้ทานจะต้องไม่แข่งขันในสิ่งของที่ให้ว่าใครมากน้อย แต่อยู่ที่เจตนาความศรัทธาและลงแรงทั้งกายใจ จะต้องให้ทานด้วยจิตสำนึกคุณ อย่าได้มีจิตที่ดูแคลน หรือหวังในชื่อเสียง
ท่านเหลาจื้อกล่าวว่า “หากทำเพื่อผู้อื่นมากเท่าใด ก็จะมีมากเท่านั้น หากให้กับผู้อื่นมากเท่าใด ก็จะได้มากเท่านั้น”
พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า “ สละ สละ สละ สละจริงย่อมได้รับจริง ” แม้นรู้จักการสละอย่างแท้จริงเช่นนี้ จึงเรียกได้ว่า ทานบารมี

ไม่มีความคิดเห็น: