13/5/52

為什麼要求道 ทำไมถึงต้องรับธรรมะ ?


คำนำ
สาเหตุที่ทุกคนรับธรรมะอาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ก็คือ เราทุกคนต่างมีรากบุญที่ลึกซึ้ง บางคนมารับธรรมะเพราะเกรงใจคนรอบข้าง บางคนก็มาเพราะอยากรู้อยากเห็น หรือแม้แต่บางคนก็เข้ามาเพราะมีจุดหมายอื่นเคลือบแฝงอยู่ ด้วยเหตุนี้ บางครั้งหลังจากรับธรรมะแล้วถ้าถามเขาว่าทำไมจึงมารับธรรมะ น่ากลัวว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็อาจไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร?
สาระสำคัญในการศึกษาหัวข้อนี้ก็คือ เข้าใจว่าแท้จริงแล้วเราทุกคนจำเป็นจริงหรือไม่ที่จะต้องรับธรรม เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมะกับชีวิตของเราว่ามีความเกี่ยวโยงและมีความสำคัญเพียงไร เพราะหากเราเข้าใจในหัวข้อต่างๆที่กล่าวมานี้ ธรรมะที่อยู่ในตัวเราจึงเกิดอานุภาพต่อชีวิตของเรา 

1. ธรรมะคืออะไร?และมีความสัมพันธ์ต่อเราอย่างไร?
ในคัมภีร์ทางสายกลาง(จงยง)ได้บันทึกไว้ว่า “ สิ่งที่ฟ้าประทานให้เรียกว่าธรรมญาณ 
ทำตามประสาธรรมญาณคือธรรมะ” ดังนั้น ธรรมะก็คือธรรมญาณของเรา คือมโนธรรม คือจิตตานุภาพ และก็คือโฉมหน้าเดิมแท้  พูดกันอย่างง่ายๆธรรมะก็คือจิตญาณ คือหลักของมวลสรรพสิ่ง เราจึงเรียกธรรมะอีกอย่างหนึ่งว่าหลักสัจธรรม หรือที่องค์สมเด็จสัมมาสัมมาพุทธเจ้ากล่าวไว้คือ “ เอกธรรมวิถี” มีอานุภาพขับเคลื่อนแปรเปลี่ยนฟ้าดิน โอบอุ้มชุบเลี้ยงสรรพสิ่ง ดังในคัมภีร์วิสุทธิสุทธิ์ ( 清靜經 ) กล่าวไว้ว่า“ มหาธรรมไร้รูปลักษณ์ แต่มีธรรมานุภาพก่อเกิดฟ้าดิน
มหาธรรมไร้ความผูกพัน แต่มีธรรมานุภาพเคลื่อนคล้อยตะวันเดือน มหาธรรมไร้นาม 
แต่มีธรรมานุภาพโอบอุ้มชุบเลี้ยงสรรพสิ่ง ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร จึงขอกำหนดนามว่า  ธรรมะ (道 ) ไปพลางๆก่อน " 
ธรรมะเมื่ออยู่ในกายคนคือ หลักแห่งจิต เมื่อยู่กับฟ้าก็คือหลักแห่งฟ้า อยู่กับสรรพสิ่งเรียกว่าตรรกะ อยู่กับดินเรียกว่าหลักแห่งภูมิศาสตร์ หากมนุษย์ไร้ซึ่งธรรมะก็จะก่อกรรมทำชั่ว ละทิ้งคุณธรรมความดีงาม สังคมจะวุ่นวาย หากฟ้าขาดธรรม ตะวันเดือนจะสับสน ฤดูกาลจะผันผวน ดินขาดธรรม ธัญญาหารไม่อาจเจริญงอกงาม ขุนเขาพังทลายลำธารแห้งขอด หากมนุษย์ขาดธรรม ก็จะกระทำการเลวร้ายต่างๆ เสื่อมคุณธรรมไร้จริยา
ธรรมะกับมนุษย์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร? ธรรมะคือธรรมชาติ หากผิดไปจากกฎของ
ธรรมชาติก็ไม่เรียกว่าธรรมะ ก็เหมือนกับความรักของแม่ แม่รักลูกความรู้สึกนี้ไม่ต้องผ่านการ
เรียนรู้ไม่ต้องฝึกฝนแต่มีอยู่แล้วในตนเอง เหมือนกับการดื่มน้ำ ไม่ต้องผ่านการนึก
คิดร้อนเย็นหวานขมรับรู้ได้ทันทีเมื่อสัมผัส
เราทุกคนในปัจจุบันนี้จะตัดสินใจอะไรสักอย่างหนึ่งล้วนผ่านการคิดพิจารณา สภาพการณ์เช่นนี้เป็นการสูญเสียแล้วซึ่งจิตภาพจึงทำให้เราเป็นทุกข์ เพราะเอาแต่เพ่งเอาแต่คิด ทำไมเด็กๆจึงมีความสุข เพราะเด็กมีความบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ท่านฮุ่ยเหนิงจึงกล่าวไว้ว่า “เมื่อเกิดการพิจารณาก็จะไม่ก่อเกิดประโยชน์”
พุทธศาสนากล่าวถึงจิตว่า “ ญาณวัชระ, โพธิจิต ”   
ศาสนาปราชญ์กล่าวว่า “ มโนธรรม ”
ศาสนาเต๋ากล่าวว่า “ ญาณหุบเขา ”  นั่นคือนามที่กล่าวถึงธรรมะ ในคัมภีร์ทางสายกลางกล่าวไว้ว่า “ ธรรมะนั้น ไม่อาจห่างได้แม้ชั่วขณะ หากห่างได้ไม่ใช่ธรรมะ” เหมือนรถยนต์ไม่อาจห่างถนน เรือไม่อาจห่างเข็มทิศ คนต้องเดินบนบาทวิถี จิตก็ไม่อาจห่างจากกาย หากห่างอันตรายก็มาเยือน ดังนั้น

1.1 ธรรมะคือหลัก
1.2 ธรรมะคือหนทาง  
1.3 ธรรมะคือผู้ให้กำเนิดสรรพสิ่ง

2.  ทำไมจึงต้องรับธรรมะ?
วันนี้เราคือคนพุทธ เรากราบไหว้พระ เราเข้าวัดทำบุญตักบาตรอยู่เสมอ 
จำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องรับธรรม แต่การรับธรรมะกับการกราบไหว้ทั่วไปไม่เหมือนกัน เพราะการรับธรรมคือ

2.1 เพื่อเข้าใจความหมายของชีวิต
เราเกิดมาในโลกนี้เพื่ออะไร? เราเกิดมาทำไม? ชีวิตเกิดมา กิน อยู่ หลับนอน สัญจร ทำงาน แต่งงาน มีลูก เป็นปู่ย่าและก็ตายไป เท่านั้นเองหรือเปล่า? เราจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้จิตมีที่พึ่ง เราจึงแสวงหาวัตถุ ลาภยศสักการะชื่อเสียงเงินทอง แต่ท้ายที่สุดแล้วเรานำเอาสิ่งเหล่านี้ไปด้วยได้หรือไม่? และมีอีกจำนวนมากที่เพราะหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เขาจึงพิพากษาชีวิตตนเองด้วยการฆ่าตัวตาย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์กล่าวไว้ว่า มนุษย์มีความไม่รู้อยู่ 3ประการ 
1. ไม่รู้อดีตและอนาคต (เกิดมาจากไหน ตายแล้วไปไหน)
2. ไม่รู้ว่าเวไนยต่างมีพุทธะภาวะ ( ต่างคือพระพุทธะ)
3. ไม่รู้ว่าสวรรค์นรกมีจริง (ตกอยู่ในอวิชชาความไม่รู้) 
ดังนั้น การรับธรรมะก็คือการรู้ความหมายของชีวิต

2.2 เพื่อรู้ตัวตนที่แท้จริง 
เราทุกคนในปัจจุบันนี้ต่างแสวงหาวัตถุสิ่งของมาปรนเปรอกายสังขารนี้ จนลืมไปว่าแท้ที่จริงแล้วในตัวเรามีพุทธะจิตดำรงอยู่ พระที่จริงอยู่ในตัวเราไม่ใช่อยู่ข้างนอก หลายคนบอกว่า “ใจดีก็พอแล้วไม่ต้องรับธรรมะหรอก? แต่เรารู้หรือเปล่าว่าใจของเราอยู่ตรงไหน? 
อักษรจีนคำว่าคน ประกอบด้วยขีด2ขีด ขีดหนึ่งเป็นตัวแทนของจิต มาจากฟ้าเบื้องบน อีกขีดหนึ่งหมายถึงกายสังขารมาจากธาตุทั้ง4ดิน น้ำ ลมไฟ พ่อแม่เป็นผู้ให้กำเนิด แต่กายสังขารเป็นเพียงแค่อุปกรณ์ของจิต เป็นเพียงที่อาศัยชั่วคราวของจิต สุดท้ายเมื่อเวลาของกายสังขารหมดลง ที่ดับไปคือกายมิใช่จิต จิตยังคงเวียนว่ายต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนเราไปเที่ยว เราต้องพักโรงแรม เหมือนเราพักอาศัยอยู่ในบ้าน บ้านพังเราก็ต้องหาบ้านหลังใหม่อยู่

2.3 เพื่อหลุดพ้นจากการเกิดตาย
ทัศนะของการเกิดตาย
เกิด : ต่อชีวิตของในปัจจุบันนี้ ใช่หรือไม่ว่าคุณรู้สึกว่ายังไม่พอใจ?
ตาย : ต่อความตายที่รออยู่ข้างหน้า ใช่หรือไม่ว่าคุณรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงจนไม่อาจ
อธิบายได้  การรับธรรม ก็คือการปลดเปลื้องความทุกข์ทรมานและความกังวลต่อการเกิดและตายของเรา
คือรู้ที่มาที่ไปของตนเอง ในภาษาจีนคำว่ามา ( 來 )ประกอบด้วยขีด8ขีด แต่คำว่าไป ( 去 ) มี5ขีด เพราะไม่รู้ทางวิธีแห่งการไปจึงหลงเวียนว่ายใน3ภูมิ หากได้ตรัยรัตน์บวกเข้าไปอีก3ขีดก็จะได้อักษรใหม่ว่า ( 法 ) วิธี และครบ8ขีดเหมือนเดิม 
ทำไมเราต้องหลุดพ้นจากการเกิดตาย เพราะการเกิดและการตาย ไม่เป็นเรื่องที่มงคล เพราะโลกคือทะเลทุกข์ ดังคำกล่าวที่ว่า“ข้าศึกอะไรไม่เท่าเกิดตาย สหายอะไรไม่เท่ากับบุญ” 
ดังนั้นความหมายของการรับธรรมก็คือการรู้ความหมายที่แท้จริงของชีวิต คือการค้นพบตัวตนที่แท้จริง คือการมุ่งหาหนทางดับทุกข์
ในครั้งอดีต การจะรับธรรมะได้นั้นจะต้องบำเพ็ญก่อนแล้วรับที่หลัง บำเพ็ญจนครบ3,000บุญ800มรรคผลครอบพร้อม ต้องละทิ้งครอบครัวการงานเพื่อแสวงหาพระอาจารย์ผู้รู้แจ้ง แสนคนจะเจอสักหนึ่งคนก็ถือเป็นเรื่องที่ยาก มาบัดนี้ เพราะจิตใจคนตกต่ำ ก่อกรรมกันมากภัยพิบัติเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน เบื้องบนจึงโปรดเมตตาให้ธรรมะลงโปรด คนบุญให้มีโอกาสรับธรรมะ รับสามสิ่งวิเศษ เพื่อให้รอดพ้นจากมหันตภัย คนชั่วก็จะถูกภัยพิบัติกวาดล้าง ซึ่งเป็นการรับก่อนแล้วบำเพ็ญภายหลัง

3.  สรุป
หากถามว่า จำเป็นหรือไม่ที่มนุษย์เราต้องรับธรรมะ? (จำเป็น) เพราะอะไรถึงจำเป็น? (เพราะไม่รู้ชีวิต เพราะไม่รู้ตัวตนที่แท้ เพราะต้องเวียนว่ายตายเกิดอันเป็นความทุกข์ทรมานอันประมาณมิได้) 
รับธรรมะแล้วจำเป็นต้องบำเพ็ญไหม? ( จำเป็น เพราะการรับธรรมเป็นเพียงการลงทะเบียนเรียน แค่ลงทะเบียนเรียนไม่อาจได้รับใบประกาศได้ ต้องเรียนด้วยถึงจะจบ ได้รับใบรับรอง และเพราะการบำเพ็ญปฏิบัตินำมาซึ่งคุณประโยชน์อันประมาณมิได้ เราจะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้อย่างไร? ในเมื่อยุคนี้คือนาทีทองของการบำเพ็ญ ! )



29 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับพอจะเข้าใจบ้างแล้ว ว่าทำไมต้องรับธรรมะ

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

ยินดีด้วยนะครับที่ข้อมูลในบล็อกนุสนธิ์ยังพอมีประโยชน์กับทุกท่าน
และก็ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับ ที่แวะเข้ามาเยี่ยม
ขอธรรมะจงคุ้มครองนะครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จันทร์กระจ่างส่องทางสิบทิศ
ยุคนี้ทรงโปรดโลกสาม
หลักธรรมโองการน้อมยินดีทั่ว
ใครร่วมบุญขึ้นเรือธรรม
กราบอาจารย์จุดญาณทวาร
พ้นเวียนว่ายเลิกทรมาน
ในทันใดบัญชีโลกันต์ขาด
นามเขียนได้บนวิมาน
สร้างบุญบารมีคลายกรรมเคยก่อ
แปรร้ายแล้วมงคล
เพื่อคนมากหลายแม้ใจเหนื่อยและกาย
ผลบุญนำทางสว่าง

พระโอวาทพระอรหันต์จี้กง

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ความเห็นของผู้น้อยผู้มาใหม่ : เมื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เมตตาส่งเส้นทางสายทองเส้นสุดท้ายมายังโลกมนุษย์แล้ว ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราทุกคน ก็ลองมองดูปัจจุบันรอบตัวท่าน ว่ามนุษย์และโลกนี้กำลังเป็นไปอย่างไร ท่านคงจะเข้าใจ ว่าคนเราใจดำขึ้นมาก โลกเกิดไพพิบัติต่าง ๆ นา ๆ (ช่วงต้นสายปลายกลับ)ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติดีกลับสู่ฟ้า และนำคนเลวลงนรก หากท่านไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเชื่อในอะไร ก็น่าจะลองดูไม่ใช่หรือ ดีไม่ดีอย่างไรสติท่านทั้งหลายจะรู้ได้ด้วยตัวเอง หากไม่ใช่อย่างที่คิดค่อยถอยก็ไม่สายแต่อยากให้ลองสัมพัสดูก่อนว่าใช่หรือไม่ใช่ในความคิดของท่าน แต่ถ้าหากใช่เราจะได้ใช้เส้นทางสายทองเส้นนี้กลับไปยังที่ที่เราควรอยู่ด้วยกัน

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

แอน กล่าวว่า...

ผู้น้อยเปน..วัยรุ่นคนนีง...


ที่อยากให้ทุกคนได้รับธรรมมะ และ ปฏิบัติบำเพ็ญ เพื่อจาได้หลุดพ้น และไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้

ตอนนี้..ถึงแม้ว่าจาถึงยุคสุดท้ายแล้ว

แต่ก็ไม่สายที่เราจาเร่งรีบ ปฏิบัติ บำเพ็ญ รีบเร่งสร้างบุญกุศล

^^^^^...ปล.อย่าคิดว่าเราเปนวัยรุ่น แล้วยังไม่ถึงเวลา และอย่าคืดว่ามันเปนเรื่องไกลตัว ยิ่งเราเปนวัยรุ่น เราต้องทำตัวให้เปนแบบอย่างแก่ผู้อื่น.....^^^^^


ขอฝากเพื่อน ๆ ที่ได้รับธรรมะแล้ว ช่วยกันส่งเสริมคนที่ยังไม่ได้รับ ได้มีโอกาศมารับธรรมะ


เข้ามาคุยกัลด้าย ...( Aantor_anny@hotmail.com )

^____________^

เก่ง กล่าวว่า...

***มองดีร้ายในตนให้มากๆ ลึกลงไป ผ่านดีร้ายไป ก้จะพบหนทางที่พระอาจารย์ชี้ บนยอดเขาไร้คู่

ในความดีร้ายต่างๆในตน มีสิ่งมีสิ่งหนึ่งที่พระอาจาย์ได้มอบให้ ทุกคนต้องฝ่าฟันไปพบเจอะให้ได้ ไม่ใช่แต่รับ?แต่จะต้องเข้าไป? ศึกษาพระนิพพานในตน)ขออวยพรจากใจนะครับ/


อาจารย์ชี้ไปจุดนั้น เพื่อบอกบางสิ่ง? แต่ทุกๆคนไม่ยอมเข้าไปย้อนมอง //มีแต่ฟุ้งซ๋านออกไปข้างนอก* ไปรับรู้เรื่องคนอื่นๆมากมาย-สิ่งสมมุติอื่นๆมากมาย แท้จริงไม่ช้าไม่นานก็ต้องจากเราไปอยู่ดี พระอาจารย์จะเสียจแค่ไหน? อ.ชี้ทาง*แต่ทุกๆคนไม่ยอมเดิดตาม) )

***บนพื้นฐานความจริงแล้วนั้น เราต้องรู้ตนเองให้ได้เสียก่อนเป็นอันดันแรกๆของการเกิดมาเป็นมนุษย์// จึงจะสามาตรรู้เรื่องอื่นๆตามมาได้

//หากแต่รู้เรื่องในโลกที่เป็นสมมุติมากมาย แต่ไม่รู้จักตัวเองแท้จริง จะมีประโยชน์อะไรในสิ่งสมมุติเหล่านั้น ที่ทุกคนใฝ่หาไม่ช้าก็จากไป(king-0-29@hotmail.com)

(คนโง่ๆบนยอดเขาไร้ตัวตน)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพิ่งไปรับธรรมมาเหมือนกัน สงสัยว่าต้องไปทบทวนอีก เพราะว่ายังไม่เข้าใจ

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ
ได้รับธรรมะ เปรียบเสมือนได้รับอัญมณี
หมั่นกลับไปสถานธรรมนะครับ
เรียนถามอาวุโส ในสิ่งที่เราอยากเรียนรู้ศึกษา
อย่าปล่อยให้ความลังเลสงสัยนั้น
เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าทางธรรม
ขอแสดงความยินดีอีกครั้งครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอให้เส้นทางสายทองนี้เจริญยิ่งๆขึ้นไป (ฉือซิน โคราช)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เราคนหนึ่งที่รับธรรมะตั้งแต่8เดือนก็จะขวบน่ะแหละ อืมการรับธรรมะเป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ เราจะได้รู้ไงว่าเราหลุดพ้นตรงจุดไหน เข้าใจในสัจธรรม
ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ขออนุโมทนาบุญด้วยนะค่ะสำหรับคนที่รับธรรมะใหม่ค่ะ

songsuk กล่าวว่า...

อ.หลิว พุทธสถานอู้เต๋อ tor.songkiat@hotmail.com
การบำเพ็ญวิถีอนุตตรธรรมนั้น สำคัญต้องทำความเข้าใจในไตรรัตน์ 3 ประการ ให้เข้าใจ แล้วเราจะเอาวิถีอนุตตรธรรมนั้นมาบำเพ็ญในการดำเนินชีวิตได้อย่างไร หากไม่เข้าใจแล้วว่าการบำเพ็ญนั้นบำเพ็ญอย่างไร ก็น่าเสียดายที่ได้รับธรรมมาแล้วแต่ ไม่ได้นำมาใช่อย่างถูกต้อง

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

มีบุญได้รับ มีวาสนาถึงได้บำเพ็ญ
ขอบคุณนักธรรมจากพุทธสถานอู้เต๋อ ที่เข้ามาให้กำลังใจ

ด้วยจิตสำนึกคุณ
นุสนธิ์

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เป็นเว็บที่ดี มากๆเลยค่ะ
หนูอายุ 15 รับธรรมะแล้ว
ดีใจมากๆเลย ค่ะ หนูอยากชวน
คุณพ่อ คุณแม่ เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนไปรับกันให้หมดเลยค่ะ

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ
ขอให้หนูสมหวัง ในการนำพาพ่อแม่ญาติมิตรมารับธรรม

ธรรมะคุ้มครอง
นุสนธิ์

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ค่ะดิฉันเป็นอีกคนที่ได้รับธรรมะแล้ว
ตัวดิฉันเองก้จะเร่งรีบปฏิบัติบำเพ็ญเพื่อที่จะได้หลุดพ้น
กลับบ้านเกิดแดนเดิมของเรา

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

อนุโมทนาครับ
นุสนธิ์

วิมลมาส กล่าวว่า...

ชอบใจจริงๆ ที่เว็บนี้แม้แต่เด็กและวัยรุ่นสนใจ อยากให้แสงทองแสงธรรมส่องสว่างกลางใจคนไทยทุกคน เวลาของเราวิกฤติแล้ว เว็บนี้มีสาระดีจริงๆ
ดิฉันพลิกเปลี่ยนจิตใจตั้งแต่วันแรกที่รับธรรมะและเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมในเว็บนี้
ต้องขอบคุณผู้เขียนที่ให้ความกระจ่างแจ้งใจมากขึ้น

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

ด้วยจิตสำนึกคุณครับคุณวิมลลาส

นุสนธิ์

น.นันท์นภัส กล่าวว่า...

รับแล้วเช่นกันค่ะ ประมาณ14ปีมาแล้ว
แต่จำลัญจกรไม่ได้อ่ะค่ะ

วิมลมาส กล่าวว่า...

ระยะเวลาตั้ง14 ปี น่ายินดียิ่ง ถ้าจำลัญจกรไม่ได้ ก็กลับไปเยี่ยมสถานธรรมบ่อยๆสิคะ ...คุณนุสนธิ์ เห็นด้วยไหมคะ

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เพิ่งไปรับมาเมื่อวันที่ 21 ส.ค.54 นี้ค่ะ
ตอนยืนรอรับเป็นลมแต่มีสติ อยู่น่ะค่ะ
เขาก้ดูแลค่ะ และก็รับสำเร็จค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เคยรับธรรมะมาแล้วครั้งหนึ่งค่ะ ตอนนั้นอายุแค่ 14 ปี ช่วงระยะเวลาตอนนั้นเป็นเด็กที่ดื้อมาก คิดว่ารับธรรมะรับไปงั้นๆ แหละ จึงไม่ได้สนใจธรรมะเลย แถมยังทำตัวไม่ดีเอามากๆ ศีลมีอยู่ 5 ข้อ ดิฉันทำผิดทุกข้อเลย ตอนนี้ดิฉันอายุ 19 ปี แล้วค่ะ กลับตัวกลับใจได้แล้ว จึงอยากเรียนถามคุณนุสนธิ์ว่า รับธรรมะอีกครั้งได้หรือเปล่าค่ะ คือแบบว่าอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ค่ะ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อนุโมทนาด้วยกับธรรมะเป็นทานนี้นะค่ะ/ผู้ฝึกหัดบำเพ็ญคนหนึ่ง (หลิงอิ่นซื่อ)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีครับท่าน นุสนธิ์
ข้าผู้น้อย สุเทพ ภูมี ใคร่ขออนุญาต นำบทความที่ท่านเขียนนี้ ไปเผยแพร่แด่ผู้คนทั่วไปให้รู้ถึงธรรมะที่ดีๆ พอจะอนุญาตไหมครับ

นุสนธิ์ กล่าวว่า...

อนุโมทนาบุญครับ

เมย์ แบม กล่าวว่า...

ข้าพเจ้าเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งได้รับธรรมตั้งแต่เด็กๆจนถึงปัจจุปันขณะนี้ข้าพเจ้าอยู่ ป.6 กำลังขึ้น ม.1 ข้าพเจ้าก็เคยเข้าชั้นอบรมสามวันมาเเล้วเป็นจำนวนสองครั้นงข้าพเจ้าอยากชวนเพื่อนๆมารับธรรมและไปอบรมสามวันด้วยกันและได้รับรู้หนทางอย่างอื่นอีกมากมาย
*บันทึกเมื่อ 27 เดือน มีนาคม 2555*

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สรุป ธรรมะคือตัวเราเอง